Monday, November 5, 2007

ถนนนาคนิวาส (ลาดพร้าว 71)




รหัสทรัพย์สิน
01-88-05876
ประเภททรัพย์สิน
ที่ดินว่างเปล่า
เนื้อที่/ขนาด
0-1-69 16 x 48 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 176919-20
ที่ตั้ง
หมู่บ้านเลิศอุบล 4 (ซอย 3) ซ.นาคนิวาส 48 แยก 14-11 ถ.นาคนิวาส ต. ลาดพร้าว อ. บางกะปิ จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
ที่ดินเปล่ารูปสี่เหลี่ยม
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
2,366,000 บาท




สนใจติดต่อ 0819257025 0897609378 ทุกรายการ หรือสอบถามทำเลที่อื่นๆ

Saturday, November 3, 2007



รหัสทรัพย์สิน
03-88-02521
ประเภททรัพย์สิน
ทาวน์เฮ้าส์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-16 4 x 12 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 64596
ที่ตั้ง
95/27 ม.อู่ทองเพลส โครงการ 1 ซ.หมู่บ้านอู่ทองเพลส ถ.ประชาอุทิศ ต. คูคต อ. ลำลูกกา จ. ปทุมธานี
รายละเอียด
ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น อายุอาคาร 10 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
850,000 บาท

ติดต่อ 0897609378 ทุกรายการ

ทำเลชานเมืองคลองสามวา(ใกล้สวนสัตว์ซาฟารี)



รหัสทรัพย์สิน
03-88-02135

ประเภททรัพย์สิน
ทาวน์เฮ้าส์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-18 4 x 10 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 25563
ที่ตั้ง
40/101 หมู่บ้านเสนาวิลล่า ซ.พระยาสุ เรนทร์ 40 (โรงเรียนกลางคลองสอง) ถ.พระยาสุเรนทร์ ต. สามวาตะวันตก อ. มีนบุรี จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น อายุอาคาร 11 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
850,000 บาท

ทำเลชานเมืองคลองสามวา(ใกล้สวนสัตว์ซาฟารี)


รหัสทรัพย์สิน
03-88-02597

ประเภททรัพย์สิน
ทาวน์เฮ้าส์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-16.1 4 x 16 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 41547
ที่ตั้ง
37/663 ม.เค.ซี.รามอินทรา 3 ซ.หทัยราษฎร์ 39 ถ.หทัยราษฎร์ ต. สามวาตะวันตก อ. มีนบุรี จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น อายุอาคาร 4 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
1,000,000 บาท

Friday, November 2, 2007

ทรัพย์สินรอการขายธนาคารกสิกรไทย

เราคือผู้ให้บริการชี้ช่องการซื้อทรัพย์ของธ.กสิกรไทย ที่ได้รับอนุญาติถูกต้อง
ทรัพย์ที่เรานำมาให้ท่านดูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของธนาคาร ธนาคารมีทรัพย์สินในทำเลต่างๆ ตลอดจนราคาที่เหมาะสมอีกมากมายกับท่านเรายินดีแนะนำ ในการซื้อทรัพย์ของธนาคาร ตลอดจน การเตรียมเอกสารแนะนำขั้นตอนการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ จากประสบการณ์เป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคาร และพนักงานบริหารทรัพย์ มากว่า 10 ปี (ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่มีอำนาจใดๆเกี่ยวกับการอนุมัติการขายหรือสินเชื่อใดๆของธนาคารในการใช้บริการของท่านเราบริการตามหน้าที่ที่ได้รับเท่านั้น) สนใจติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม คุณอภิชาติ 0897609378 ,0819257025 ,aenam.ap@gmail.com

ทำเลลาดพร้าว 84 เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์





รหัสทรัพย์สิน
04-88-02574
ประเภททรัพย์สิน
อาคารพาณิชย์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-18 4 x 12 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 240162
ที่ตั้ง
236/2 ซ.ลาดพร้าว 84 ถ.ลาดพร้าว ต. วังทองหลาง อ. บางกะปิ จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น มีชั้นลอย อายุอาคาร 14 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
2,500,000 บาท

ทำเลลาดพร้าว64-66



รหัสทรัพย์สิน
04-88-01811
ประเภททรัพย์สิน
อาคารพาณิชย์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-27 8 x 12 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 47235-6
ที่ตั้ง
ไม่ติดป้าย ถนนลาดพร้าว ต. วังทองหลาง อ. บางกะปิ จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น(มีชั้นลอย) จำนวน 2 คูหา อายุอาคาร 18 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
7,600,000 บาท

ทำเลถนนพระราม 9



รหัสทรัพย์สิน
03-88-02057
ประเภททรัพย์สิน
ทาวน์เฮ้าส์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-30 5.50 x 14.00 ม.
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 16333
ที่ตั้ง
769/3 ซ.พระราม 9 ซอย 15 ถ.คู่ขนานถนนพระราม 9 ต. บางกะปิ (ลาดพร้าวฝั่งเหนือ) อ. ห้วยขวาง (บางกะปิ) จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
ทาวน์เฮ้าส์ 4 ชั้น อายุอาคาร 16 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
7,000,000 บาท

บ้านมือสอง ธ.กสิกรไทยที่น่าสนใจ



รหัสทรัพย์สิน
03-88-02132
ประเภททรัพย์สิน
ทาวน์เฮ้าส์
เนื้อที่/ขนาด
0-0-28 4 x 12 เมตร
เลขที่เอกสารสิทธิ์
โฉนดเลขที่ 226727
ที่ตั้ง
62/12 ซ.รามอินทรา 81 ถ.รามอินทรา ต. คันนายาว (คลองเกร็ด) อ. บางกะปิ จ. กรุงเทพ
รายละเอียด
ทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้น อายุอาคาร 14 ปี
ราคาเสนอขายโดยประมาณ
1,250,000 บาท









Tuesday, July 3, 2007

กฏหมายการซื้อบ้าน,ที่ดิน,ห้องชุดของคนต่างด้าว

กฎหมายการซื้อบ้าน,ที่ดิน,ห้องชุดของคนต่างด้าว
หลักเกณฑ์การซื้อบ้านที่ดินห้องชุดของคนต่างด้าว
หลักเกณฑ์การขอได้มาซึ่งที่ดินหรือห้องชุดของคนต่างด้าวและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคนต่างด้าวแหล่งที่มา : กรมที่ดิน
..................................................
1. กรณีคนต่างด้าวขอได้มาซึ่งที่ดิน ปัจจุบันคนต่างด้าวไม่สามารถขอได้มาซึ่งที่ดินโดยอาศัย บทสนธิสัญญาตามนัยมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินได้อีกต่อไป เนื่องจากประเทศไทยได้บอกเลิก บทสนธิสัญญาเกี่ยวกับการถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินกับนานาประเทศหมดแล้ว คนต่างด้าวจึงไม่สามารถ ที่จะขอได้มาซึ่งที่ดินตามบทบัญญัติดังกล่าวได้อีก เว้นแต่จะเป็นการรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ตามนัยมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน หรือเป็นการขอได้มาซึ่งที่ดินตามกฎหมายอื่น แต่อย่างไรก็ดี คนต่างด้าวอาจขอได้มาซึ่งที่ดินได้หากได้นำเงินมาลงทุนตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่าสี่สิบล้านบาท โดยให้ได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ไม่เกินหนึ่งไร่ และต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยในการขอได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ตามนัยมาตรา 96 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน โดยในกฎกระทรวงอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(1)
ประเภทของธุรกิจที่คนต่างด้าวลงทุน ซึ่งต้องเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ หรือเป็นกิจการ ที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้ประกาศให้เป็นกิจการที่สามารถขอรับการส่งเสริมการลง ทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนได้
(2)
ระยะเวลาการดำรงการลงทุนต้องไม่น้อยกว่าสาม
(3)
บริเวณที่ดินที่อนุญาตให้คนต่างด้าวได้มาต้องอยู่ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
2. กรณีคนต่างด้าวขอถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด คนต่างด้าว หรือ นิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว จะถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในประเทศไทยได้ต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 2 ประการ หากขาดหลักเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ไม่อาจที่จะถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดได้ กล่าวคือ
2.1 ต้องเป็นคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวตามที่กฎหมายกำหนดไว้กรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมาย ว่าด้วยคนเข้าเมืองหลักฐานที่แสดงว่าเป็นคนต่างด้าวในกรณีนี้ และจะต้องนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด คือ หนังสือเดินทางแสดงสัญชาติของคนต่างด้าว และใบสำคัญถิ่นที่อยู่ (แบบตม.11,ตม.15 หรือ ตม.17 อย่างใดอย่างหนึ่งแล้วแต่กรณี) ซึ่งออกให้โดยกองตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือสำหรับคนต่างด้าวที่มีใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ซึ่งออกให้โดยสถานีตำรวจท้องที่ที่คน ต่างด้าวมีภูมิลำเนาอยู่ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดในกรณีนี้ได้ โดยไม่ต้องนำ หนังสือเดินทางมาแสดงอีก
(2) เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุนหลักฐานที่แสดงว่าเป็นคนต่างด้าวในกรณีนี้ และจะต้องนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด คือหนังสือเดินทางแสดงสัญชาติของคนต่างด้าว และหนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่รับรองว่าเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(3) เป็นนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าวที่กำหนดไว้ในมาตรา 97 และมาตรา 9แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยหลักฐานที่แสดงว่าเป็นนิติบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นคนต่างด้าว ในกรณีนี้ และจะต้องนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด คือ หลักฐานการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย เช่น บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนแล้ว ต้องแสดงหลักฐานหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมทะเบียนการค้ากระทรงพาณิชย์ เป็นต้น
(4) เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542และได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หลักฐานที่แสดงว่าเป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นคนต่างด้าวในกรณีนี้ และจะต้องนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด คือ หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่รับรองว่าเป็นผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน
(5) คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลตามนัยมาตรา 19 (5) ต้องแสดงหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร หรือหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศในจำนวนไม่น้อยกว่า ค่าห้องชุดที่จะซื้อ ดังต่อไปนี้
(5.1) กรณีหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรให้แสดงหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้
(5.1.1)
หลักฐานการขายเงิน หรือการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศกับธนาคารรับอนุญาต ตามสำเนาแบบ ธ.ต.3 ซึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราธนาคารในช่องของตัวแทนรับอนุญาตของแบบดังกล่าว้
(5.1.2)
หลักฐานแบบสำแดงเงินตราต่างประเทศ ซึ่งออกให้โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร (FOREIGN CURRENCY DECLARATION FORM THE CUSTOMS DEPARTMENT)
(5.1.3)
หลักฐานใบรับซื้อเงินตราต่างประเทศ ซึ่งออกให้โดยบริษัทรับอนุญาต หรือบุคคลรับอนุญาต หรือบุคคลรับอนุญาตที่ออกให้โดยธนาคารแห่งประเทศไทย แนบประกอบด้วย
(5.1.4)
กรณีการขายหรือนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศไม่เกินงวดละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้ใช้หนังสือที่ธนาคารรับอนุญาตได้รับรองการรับซื้อเงินตราต่างประเทศ หรือนำเงินตราต่างประเทศเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ
(5.1.5)
กรณีการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรก่อนวันที่ 1 เมษายน 2534 ให้ใช้หลักฐานการเสนอขายเงินตราต่างประเทศตามแบบ ล.ป.71 ก. หรือ ล.ป.71 ข. ซึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราธนาคารในช่องของตัวแทนรับอนุญาตของแบบดังกล่าว


(5.2) กรณีหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ให้แสดงหลักฐานหนังสือรับรองของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งรับรองการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ เพื่อนำมาซื้อห้องชุด
(5.3) กรณีหลักฐานการถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศให้แสดงหลักฐาน ดังนี้
(5.3.1) ในกรณีที่การถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศเพื่อนำมาขายให้ธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับเงินบาทในจำนวนเงินที่เกินกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้ใช้สำเนาแบบ ธ.ต.3 ที่ธนาคารพาณิชย์จัดให้ผู้ขายเงินตราต่างประเทศที่ยื่นประกอบการขอขายเงินตราต่างประเทศนั้นอนึ่ง หลักฐานตามข้อ 5.1 หรือข้อ 5.2 หรือข้อ 5.3 ข้อหนึ่งข้อใด หรือหลายข้อรวมกัน ต้องมีจำนวนเงินไม่น้อยกว่าราคาค่าห้องชุดที่ซื้อ
2.2 โดยการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวและนิติบุคคลดังกล่าวในข้อ 2.1 เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกินอัตราร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้นในขณะที่ขอจดทะเบียนอาคารชุดตามมาตรา 6 ก.สำหรับอาคารชุดใดที่จะมีคนต่างด้าวและหรือนิติบุคคลตามที่ระบุไว้ในข้อ 2.1 ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดเกินกว่าอัตราร้อยละสี่สิบเก้า อาคารชุดนั้นจะต้องตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาลเมืองหรือเขตราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่กำหนดในกฎกระทรวง และมีที่ดินที่ตั้งอาคารชุดรวมกับที่ดินที่มีไว้ เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับเจ้าของร่วมทั้งหมดไม่เกินห้าไร่ แต่ในการขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงทั้งนี้ตามนัยมาตรา 19 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 และ ข.เมื่อครบกำหนดเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 ใช้บังคับ (วันที่ 28เมษายน 2542) กฎหมายบัญญัติให้ยกเลิกความในข้อ ก.และให้คนต่างด้าวและนิติบุคคลที่ได้ห้องชุดมาตามข้อ ก.หรือคนต่างด้าวและนิติบุคคลที่ระบุไว้ใน 2.1 ซึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่อเนื่องจากคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลดังกล่าว ถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นต่อไปได้ แม้ว่าจะเกิดอัตราร้อยละสี่สิบเก้าของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น ทั้งนี้ตามนัยมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติอาคารชุด (ฉบับที่ 3)พ.ศ.2542
3. กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีหรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวและบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าว ขอได้มาซึ่งที่ดิน
3.1 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าว ขอซื้อที่ดินหรือขอรับโอนที่ดินในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกันในระหว่างสมรส หากสอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่าเงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นสินส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรส พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไป แต่ถ้าหากคนต่างด้าวที่เป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยไม่ยืนยันตามนัยดังกล่าวหรือยันยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นสินสมรสเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งรัฐมนตรีตามนัยมาตรา 74 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการขอคำสั่งดังกล่าวเป็นการขอคำสั่งไม่อนุญาตให้ซื้อหรือรับโอนที่ดิน
3.2 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสโดยมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวขอซื้อที่ดินหรือขอรับโอนที่ดินในกรณีอื่นที่คล้ายคลึงกันในระหว่างที่อยู่กินฉันสามีภรรยากับคนต่างด้าว หากสอบสวนแล้ว ผู้ขอและคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวได้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันว่าเงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินทั้งหมด เป็นทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียวมิใช่ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไปแต่ถ้าหากคนต่างด้าวที่เป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยไม่ยืนยันตามนัยดังกล่าว หรือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า เงินที่นำมาซื้อที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วน เป็นเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้วก็จะส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินเพื่อขอคำสั่งรัฐมนตรี ตามนัยมาตรา 74 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการขอคำสั่งดังกล่าวเป็นการขอคำสั่งไม่อนุญาตให้ซื้อ หรือรับโอนที่ดิน
สำหรับกรณีที่คู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทย ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุดนั้นอยู่ต่างประเทศ และไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ว่าเงินที่บุคคลสัญ-ชาติไทยนำมาซื้อที่ดินหรือห้องชุดทั้งหมดเป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยนั้นให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล หรือโนตารีปัปลิค บันทึกถ้อยคำคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ให้ได้ใจความว่า เงินทั้งหมดที่บุคคลสัญชาติไทยนำไปซื้อที่ดินหรือห้องชุดนั้นเป็นเงินหรือทรัพย์สินส่วนตัวของคู่สมรสที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยทั้งหมด ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นสินสมรส หรือเป็นทรัพย์สินที่คู่สมรสต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วยแต่อย่างใด แล้วรับรองว่าบุคคลที่ทำหนังสือนั้นเป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยจริง เสร็จแล้วส่งหนังสือฉบับนั้นทางไปรษณีย์ถึงอธิบดีกรมที่ดิน กรมที่ดินกรุงเทพมหานคร 10200 ประเทศไทย และสำเนาให้ผู้ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุด ถือมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินที่จะทำการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ก็จะดำเนินการให้ได
้อนึ่ง สำหรับกรณีคนไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวที่ซื้อ หรือถือครองที่ดินหรือห้องชุดหลังสมรส โดยแจ้งหรือยื่นเอกสารเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยจะมีหนังสือด่วนที่สุดที่มท 0710/ว 792 ลงวันที่ 23 มีนาคม 2542 และกรมที่ดินมีหนังสือ ที่ มท 0710/ว 34167 ลงวันที่ 6 ตุลาคม2542 ให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายมายืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่า เงินที่บุคคลสัญชาติไทยนำมาซื้อที่ดินหรือห้องชุดทั้งหมดเป็นสินส่วนตัวหรือทรัพย์ส่วนตัวของบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว มิใช่สินสมรสหรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันเสร็จแล้วให้เจ้าพนักงานที่ดินเก็บเข้าสารบบไว้และหากคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวอยู่ต่างประเทศและไม่สามารถไปยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกันกับคู่สมรสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ก็ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับกรณีคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทย ที่ประสงค์จะซื้อที่ดินหรือห้องชุดอยู่ต่างประเทศ เสร็จแล้วนำมามอบให้เจ้าพนักงานที่ดินเก็บเข้าสารบบไว้
3.3 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวขอรับให้ที่ดินในระหว่างสมรส หรือระหว่างอยู่กินฉันสามีภรรยากัน หากสอบสวนแล้วเป็นการรับให้ในฐานะที่เป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์ส่วนตัวของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว มิได้ทำให้คนต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของในที่ดินร่วมด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิ์และนิติกรรมให้ต่อไป แต่ถ้าหากเป็นการรับให้ในฐานะที่เป็นสินสมรส หรือมีผลทำให้คู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วยเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเสร็จแล้ว ก็จะส่งเรื่องไปให้กรมที่ดินเพ่อเสนอขอคำสั่งรัฐมนตรี ตามนัยมาตรา 74 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งการขอคำสั่งดังกล่าวเป็นการขอคำสั่งไม่อนุญาตให้รับให้ที่ดิน
3.4 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เคยมีคู่สมรสเป็นคนคนต่างดาวแต่ได้หย่าขาดจากกันหรือเลิกร้างกันแล้ว ขอทำนิติกรรมให้ได้มาซึ่งที่ดิน หากสอบสวนแล้วไม่ปรากฏพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไป
3.5 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวทำนิติกรรมให้ได้มาซึ่งที่ดิน หากสอบสวนแล้วไม่ปรากฏพฤติการณ์หลีกเลี่ยงกฎหมาย พนักงานเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ต่อไป
4.กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีหรือเคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวและบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวขอถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด
4.1 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวขอซื้อหรือขอรับให้กรรมสิทธิ์ในห้องชุด ในฐานะที่เป็นสินส่วนตัว หรือทรัพย์สินส่วนตัวของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว (ย่อมถือว่ากรรมสิทธิ์ในห้องชุดเป็นของบุคคลสัญชาติไทย) หรือกรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เคยมีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าวแต่ได้หย่าขาดจากกันหรือเลิกร้างกันแล้ว หรือกรณีบุตรผู้เยาว์ของคนต่างด้าวที่มีสัญชาติไทยขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุด ให้พิจารณาเช่นเดียวกับกรณีตาม 3.1 ถึง 3.5 โดยอนุโลม
4.2 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวนำเงินที่เป็นสินสมรส หรือทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน แล้วแต่กรณี มาขอซื้อห้องชุดไม่ว่าจะใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือใช้ชื่อร่วมกับคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าว ต้องพิจารณาตัวบุคคลต่างด้าวเป็นสำคัญ โดยคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวนั้น ต้องเป็นคนต่างด้าวตามนัยมาตรา 19 (1) หรือ (2) หรือ (5) แล้วแต่กรณี คู่สมรสที่เป็นคนไทยจึงมีสิทธิขอซื้ห้องชุดได้ตามสิทธิของคู่สมรสที่เป็นคนต่างด้าวและต้องถือว่าห้องชุดนั้นคนต่างด้าวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ทั้งหมด เพราะกรรมสิทธิ์ในห้องชุดไม่อาจแบ่งแยกได้ และการถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติตามมาตรา 19 ทวิ
4.3 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสทั้งที่ชอบและมิชอบด้วยกฎหมายเป็นคนต่างด้าวขอรับให้กรรมสิทธิ์ในห้องชุด ในฐานะเป็นสินสมรส หรือทำให้คนต่างด้าวมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมด้วยคนต่างด้าวซึ่งเป็นคู่สมรสของบุคคลสัญชาติไทยนั้น ต้องเป็นคนต่างด้าวตามนัยมาตรา 19 (1) หรือ (2) และต้องถือว่ากรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นเป็นของคนต่างด้าวทั้งหมด และอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 19 ทวิด้วยส่วนบุคคลสัญชาติไทยที่มีคู่สมรสเป็นคนต่างด้าว ตามมาตรา 19 (5) ไม่อาจรับให้กรรมสิทธิ์ในฐานะเป็นสินสมรสได้ เนื่องจากกรณีตามมาตรา 19 (5) เป็นการขอได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคนต่างด้าวในลักษณะของการซื้อขายซึ่งต้องมีการชำระค่าห้องชุดหลักฐานประกอบการพิจารณากรณีคนต่างด้าวขอได้มาซึ่งที่ดินโดยการขอรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
1.สำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกให้ หรือ 2.สำเนาหนังสือเดินทางที่เจ้าหน้าที่ออกให้ หรือ 3.สำเนาหนังสือรับรองของเจ้าหน้าที่พนักงานกงสุลหรือสถานทูตที่ผู้นั้นสังกัดอยู่ หรือ 4.สำเนาหนังสือแสดงสัญชาติ (Emergency Certificate) ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศออกให้เป็นการชั่วคราว 5.สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแปลงที่ขออนุญาต 6.สำเนาทะเบียนบ้านที่มีชื่อผู้ขอรวมผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านดังกล่าวทุกคน (ถ้ามี) 7.สำเนาหลักฐานการตายของเจ้าของมรดก เช่นมรณบัตร 8.สำเนาพินัยกรรม (ถ้ามี) 9.ถ้าผู้ขอ ขอรับมรดกในฐานะเป็นคู่สมรสของเจ้ามรดกให้แสดงหลักฐานการสมรส (ถ้ามี) 10.ถ้าผู้ขอ เป็นบิดาเจ้าของมรดก ต้องมีทะเบียนสมรสกับมารดาเจ้ามรดก หรือหลักฐานการรับรองบุตร 11.ถ้าผู้ขอเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดก ต้องแสดงหลักฐานการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม 12.ถ้ามีกรณีพิพาทเกี่ยวกับมรดก ต้องแสดงหลักฐานสัญญาประนีประนอมยอมความ หรือคำพิพากษาถึงที่สุด 13.หลักฐานการปิดประกาศ (ถ้ามี) 14.หนังสือมอบอำนาจให้ทำนิติกรรมพร้อมหลักฐานของผู้รับมอบอำนาจ (ถ้ามี) 15.แบบคำขออนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดินฯ (ต.1) 16.คำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฯ (ท.ด.1 หรือ ท.ด.1 ก.) 17.บันทึกการสอบสวนการขอจดทะเบียนโอนมรดก (ท.ด.8 หรือ ท.ด.9) 18.คำพิพากษาศาล กรณีผู้ขอเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล (ถ้ามี) 19.บันทึกถ้อยคำ (ท.ด.16) ของผู้ขอรับมรดก โดยให้สอบสวนตามนัยข้อ 5 ของหนังสือที่อ้างถึง1 ประกอบกับหนังสือที่อ้างถึง 2 และ 3 และจะต้องสอบสวนด้วยว่าบุคคลในครอบครัวของผู้ขอ คือคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือที่บรรลุนิติภาวะแล้ว และยังอยู่ร่วมครัวเรือนเดียวกัน (ยกเว้นบุตรที่สมรสแล้ว แม้จะอยู่ร่วมครัวเรือนเดียวกันและหลานหรือบุคคลอื่นๆ) โดยดูตามหลักฐานทะเบียนบ้านว่ามีบุคคลใดถือครองที่ดินอยู่แล้วบ้างหรือไม่ ถ้ามีมีจำนวนกี่แปลง เนื้อที่เท่าไหร่ ใช้ทำประโยชน์อะไร และบ้านดังกล่าวใครเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่ในที่ดินของใคร มีหลักฐานที่ดินอย่างไร 20.หลักฐานที่แสดงว่าผู้ใดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านที่ผู้ขออาศัยอยู่ (ถ้ามี) 21.สำเนาหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน แปลงที่ผู้ขอและหรือบุคคลในครอบครัวของผู้ขอถือครองอยู่(ถ้ามี) 22.ในการสอบสวนผู้ขอจะต้องทำบัญชีเครือญาติด้วย 23.ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขอได้มาซึ่งที่ดินของคนต่างด้าว ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 47ข้อ 2 (8) รายละ 500 บาท แล้วนำใบเสร็จรับเงินติดเข้าเรื่องไว้ เจ้าหน้าที่ต้องสอบถามผู้ขอว่ามีความประสงค์จะจำหน่ายที่ดินแปลงนั้นไปในคราวเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากกฎกระทรวงฉบับที่ 8 ข้อ 1 (3) ระบุว่าถ้าจะจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินไปต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก่อน ดังนั้น ถ้าผู้ขอจะจำหน่ายไปในคราวเดียวกัน เช่น ยกให้แก่บุตรที่มีสัญชาติไทยต้องแจ้งให้ผู้ขอและผู้เกี่ยวข้องมายื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าวแล้วส่งเรื่องไปเพื่อขออนุญาตในคราวเดียวกัน ดังนี้ 24.คำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมฯ (ท.ด.1 หรือ ท.ด.1 ก) 25.แบบการแจ้งไม่ใช้ที่ดิน (ต.3) 26.สำเนาหลักฐานของผู้รับโอน เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน,สำเนาทะเบียนบ้าน ฯลฯ 27.ต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียม (ค่าคำขอแปลงละ 5 บาท) 28.ถ้าผู้ขอไม่มีความประสงค์จะจำหน่ายที่ดินแปลงดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกถ้อยคำผู้ขอรับทราบว่า หากจะมีการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวไปในภายหลัง จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก่อน 29.สำหรับเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวง (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 30.สำเนาเอกสารทั้งหมดพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องรับรองสำเนาถูกต้องให้ครบถ้วนทุกฉบับพร้อมทั้งระบุชื่อและตำแหน่งให้ชัดเจน
อนึ่ง หากเป็นการโอนมรดกโดยผู้จัดการมรดกต้องจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้เรียบร้อยก่อนส่งเรื่องไปให้พิจารณา หรือโอนมรดกโดยไม่มีผู้จัดการมรดกต้องประกาศให้ครบกำหนดก่อนส่งเรื่องไปให้พิจารณา และเมื่อรัฐมนตรีอนุญาตแล้ว จึงจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการอนุญาตให้ได้มาซึ่งที่ดิน ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 47 ข้อ 2 (8) ไร่ละ 100 บาท เศษของไร่ให้คิดเป็นหนึ่งไร่(เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด/สาขา/หัวหน้าส่วนแยก/เจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอ/ผู้ตรวจสอบ)สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนที่ดิน โทร.221-9189
ที่มา : กรมที่ดิน

Sunday, December 24, 2006

ข้อดี - ข้อเสีย บ้านมืองสอง

ข้อดี - ข้อเสีย บ้านมืองสอง

ช้อดี
บ้านมือสอง
1.มีทำเลที่ดีกว่า เนื่องจากบ้านใหม่ในปัจจุบันโครงการต่างๆจะสร้างในทำเลชานเมือง, ปริมณฑล เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของที่ดินที่จะปลูกสร้าง
บ้านมือสองคือบ้านที่ถูกสร้างมาแล้วทำเลจะได้เปรียบกว่าเนื่องจากในอดีตบริเวณที่บ้านมือสองอยู่เป็นชานเมือง แต่ปัจจุบันมีความเจริญ การคมนาคมเข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น
2.ราคาถูกกว่า โดยเฉพาะถ้าคุณประมูลได้จากกรมบังคับคดี
3.มีสถาบันการเงินรองรับ ถ้าคุณซื้อทรัพย์มือสองที่เป็นของสถาบันการเงินโดยใหญ่สถาบันการเงินนั้นก็จะพร้อมให้สินเชื่ออยู่แล้ว อาจมีโปรโมทชั่นพิเศษ ในเรื่อง วงเงินหรือ ดอกเบี้ย อย่างเช่นของธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีฟรีดอกเบี้ยใน10%แรก โดยแบ่งผ่อนชำระเป็นงวด การพิจารณาสินเชื่อจะดูจากประวัติการผ่อนในส่วนนี้ทำให้ง่ายในการอนุมัติวงเงินสินเชื่อ
ข้อเสีย
1.บางทรัพย์บางรายการอาจมีผู้อยู่อาศัย ต้องขับไล่เอง ยกเว้นบางธนาคารที่จัดการให้ ต้องดูให้ดี บางคนซื้อบ้านมีหลายปียังไม่ได้เข้าอยู่เพราะผู้อาศัยเดิมไม่ยอมย้ายออก
2.ต้องมีการซ่อมแซม ดังนั้นผู้ซื้อต้องพิจารณาความเหมาะสมด้านราคาว่าคุ้มหรือไม่

Wednesday, December 13, 2006

Bank in Thailand have...
More than 10,000 listings including land, houses, townhouses, condominiums, commercial buildings and factories which are being sold at reasonable prices. Whether you are looking for a place to live or for an investment property - there has never been a better time to buy.

Search properties for sale.

Tuesday, December 12, 2006

Commercial Real Estate

Commercial Real Estate: Raising Equity by Craig Higdon

Those researching the subject of commercial real estate investment are likely to encounter the term "OPM" on a regular basis. OPM is an acronym for "Other People's Money." I've covered this topic in general in an earlier article, but today I want to focus on raising "equity" for your commercial purchase transactions.
To review, the reason many people are reluctant to invest in commercial real estate is that the property values are often so high that it takes a great deal of money to complete a transaction, even using75% to 80% loan to value commercial loan. Few individuals have the financial resources needed to buy suitable properties for cash, let alone the $1,000,000 or so you would need to purchase even a moderately priced $4,000,000 building. This is where the concept of using other people's money comes into play. The idea is to pool the funds of like-minded investors to purchase a property and then duplicate the process to build a portfolio.
The difficulties facing most investors are finding the other people with the money and proactively structuring the transaction. Everyone needs to be clear on their role in the transaction, how profits (or losses) are distributed, how results are reported, and how the project ends successfully. The process is not as difficult as it may seem at first and it even has a name: "Syndication." Potentially, even commercial real estate syndicators with little or no credit history have access to hundreds of thousands of dollars, all as close as the people they already know. One word of advice here, though: Start making a serious effort to clean up your credit if you are challenged in this manner. You may have to guarantee some loans and you don't want your credit history to be a stumbling block.
Before you start telling everyone you know that you are raising money for a commercial real estate investment, there are some things you need to know and that you'll likely have to research:
First, you need to understand investment entities, such as Limited Liability Companies. You need to know how they are formed, operated, taxed, and unwound because they will be your primary investment vehicle. They also establish who is responsible for what actions through the life of the investment.
Second, you need to learn about and understand a document called a "Private Placement Memorandum." It has other names like "Investment Circular," "Investment Disclosure," etc. This is the document that discloses all of the potential risks inherent in your proposed investment. You need to be extremely thorough in discussing those risks because should something go wrong with the investment and you don't cover it here, you could be subject to a lawsuit. One key aspect of this part of the process is having a good attorney working for you with experience in these types of transactions.
Third, you need to have good analysis and presentation skills. You should know the ins and outs of spreadsheets (or know someone who does) so that you can dissect a transaction completely and put together a good case for making the investment to your potential investor partners.
Fourth, you need to find the investors. Start with busy, successful people whom you know, who have more money than time: Your doctor, dentist, psychologist, veterinarian, accountant (who is really good for knowing OTHER busy, successful people with more money than time), attorney, dry cleaner, golf pro, etc. You'd also be surprised how many people you know who have I.R.A.'s or 401k plans full of under-performing money who are looking for a good investment vehicle. You can advertise for investors, but be VERY careful before doing this. You MUST talk to your attorney about local securities laws and how they affect what you say and to whom you say it. You want calls from investors, not regulatory agencies!
The process of raising commercial real estate investment equity isn't rocket science, but it does involve some study and the help of some knowledgeable professionals. Take your time to do it right and you'll be making more money (your own, this time) than you thought possible.
About the Author
WANT TO USE THIS ARTICLE IN YOUR E-ZINE OR WEB SITE? You can, as long as you include this complete statement with it: 'Craig Higdon, "The Investment Property Insider," works as a commercial mortgage broker. He publishes the weekly "Investment Property Insider" e-zine and blog, http://www.InvestmentPropertyInsider.com/. Visit the blog and get a complimentary report on commercial financing techniques.'

Monday, December 11, 2006

มาซื้อบ้านมือสองกันดีกว่า



มาซื้อบ้านมือสองกันเถอะ
บ้านมือสองที่เราสามารถพบได้มีอยู่ 2 ประเภท คือ บ้านของประชาชนทั่วไป และบ้านที่เป็นทรัพย์สินของธนาคาร (NPA) ในที่นี้เราจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับทรัพย์ที่เป็นของธนาคารทั้งหลาย มีอยู่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว ที่ดิน ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิช โรงงาน

ทรัพย์สินของธนาคารเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
บางท่านอาจจะทราบแล้วบางท่านอาจจะยังไม่ทราบ ก็คือว่าธนาคารมีธุรกรรมทางการเงินอยู่ประเภทหนึ่งคือ การให้สินเชื่อ ในการที่ประชาชน นักธุรกิจต่างๆ จะขอสินเชื่อกับทางธนาคารนั้น จะต้องมีหลักประกันในการขอสินเชื่อนั้นๆ ตัวอย่างหลักประกันเช่น เงินสด,พันธบัตรรัฐบาล,บุคคลค้ำประกัน,ที่ดิน,ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (ส่วนใหญ่จะรับหลักประกันที่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ โฉนด)
เมื่อธนาคารพิจารณาสินเชื่อของผู้ขอในด้านต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ถ้าผ่านการอนุมัติสินเชื่อ ธนาคารจะนัดลงนามสัญญาเงินกู้และนัดจดจำนองซึ่งต้องทำต่อเจ้าพนักงานที่ดิน (กรณีที่ดิน,ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ทั้งธนาคารและผู้กู้
ระยะต่อมา เมื่อลูกค้าผู้กู้เกิดขาดส่งค่างวด จนถึงขั้นตอนการดำเนินคดี และในที่สุดศาลก็ได้มีคำพิพากษาให้จำเลยขดใช้เงินกู้กับธนาคาร ถ้าจำเลยไม่ชำระก็จะยึดทรัพย์นั้น และนำขายทอดตลาด (ซี่งจะมีขั้นตอนตามกฏหมายมากมาย ต้องไปศึกษาเอาเอง)
เอาละครับเราได้รู้ที่มาของทรัพย์กันมาแล้ว ที่นี้เรามาหาซื้อทรัพย์นั้นกันดีกว่า

เราจะซื้อทรัพย์ของธนาคารได้ด้วยวิธีการและ ช่องทางใดได้บ้าง
วิธีที่ 1.เมื่อทางกรมบังคับคดีประกาศขายทอดตลาด จะมีหนังสือจำหน่ายหรือแจกฟรี หรือสามารถติดต่อได้ที่กรมบังคับคดีโดยตรง หรือ ที่ www.led.go.th ซึ่งจะต้องใช้วิธีการประมูลขายทอดตลาด อาจต้องมีเงินสดไปวางก่อนเข้าประมูล ประมาณ 50,000 บาท และทางผู้ซื้อต้องรับภาระในกรณีที่มีผู้อยู่อาศัยในทรัพย์ ซึ่งแต่ก่อนเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก แต่ปัจจุบันมีกฏหมายรองรับ โดยสามารถใช้คำพิพากษาของศาลเพ่งมาบังคับคดี ขับไล่ผู้อาศัยได้เลย ก็อาจต้องมีเสียค่าใช้จ่ายอีกนิดหน่อย
วิธีที่ 2 ซึ้อจากธนาคารโดยตรง ตามข้อหนึ่ง ธนาคารเจ้าของทรัพย์ ( โจทย์) ก็จะค่อยจับตาดูว่าราคาที่ขายกันนั้นคุ้มกับยอดหนี้หรือเปล่า เพราะกรณีที่กรมบังคับคดีขายทอดตลาดโดยการประมูล และการประมูลจะมีหลายครั้ง ถ้าครั้งแรกไม่มีคนเข้าเสนอราคา ก็จะนำมาประมูลครั้งที่สอง ซึ่งราคาจะต่ำลงมาเรื่อยๆ (ดูได้จากประกาศกรมบังคับคดี ซึ่งจะติดที่ตัวทรัพย์สินนั้นด้วย) ครั้งที่สองไม่มีใครเสนอราคาก็จะไปครั้งที่สาม ก็ยิ่งต่ำกันไปใหญ่
กาณีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ธนาคารก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปค่อยดูและให้ราคาขั้นต่ำที่จะสามารถขายได้ ถ้าต่ำมากๆ ธนาคารก็จะซื้อมาเอง นำมาบริหาร
ซึ่งเราก็จะสามารถติดต่อขอซื้อได้ (ธนาคารจะทำการประเมินราคา เพื่อตั้งราคาขาย ไม่เกี่ยวข้องกับยอดหนี้ค้าง)